Asia, Travel Tips
Leave a Comment

JORDAN : เคล็ดไม่ลับ จากดินแดนสีกุหลาบสู่ทะเลสาบเดดซี

ASL final template

จากดินแดนสีกุหลาบเพตราสู่ทะเลสาบเดดซี ความน่าหลงใหลของจอร์แดนแค่เพิ่งเริ่มต้น ธรรมชาติและวิถีชีวิตหลายๆอย่างแปลกใหม่มากสำหรับเรา เลยอยากรวมเป็นเคล็ดลับเอาไว้ เผื่อใครอยากไปจะได้เที่ยวอย่างราบรื่น ไม่ต้องร้องรู้งี้ๆ


jordan 02.jpg

นี่คือเส้นทางที่เราไปเที่ยว แต่รีวิวนี้ขอยกมาพูดแค่ 4 อย่าง
เดินทางในเดือนกันยายน 6 วัน 5 คืน เดี๋ยวตอนท้ายสรุปค่าใช้จ่ายให้

1.    Petra – นครสีกุหลาบที่มีเสน่ห์ทั้งกลางคืนและกลางวัน
2.    Wadi Rum – ตะลุยทะเลทราย ขี่อูฐ ก่อไฟปิคนิค และนอนกระโจมดูทางช้างเผือก
3.    Wadi Mujib – เทรคกิ้งลุยน้ำที่ขนาบข้างด้วยหน้าผาสีส้มชมพู
4.    Dead Sea – ลอยตัวแบบไม่ต้องพยายาม ในทะเลสาบที่เค็มที่สุดในโลก

 


เคล็ดไม่ลับก่อนออกเดินทาง



—– ความปลอดภัย :

บอกที่บ้านให้รู้เนิ่นๆ ครอบครัวจะเป็นห่วงมากพอรู้ว่าจะไปเที่ยวประเทศที่อยู่ท่ามกลางซีเรีย อิรัก อิสราเอล ปาเลสไตน์ และซาอุดิอาระเบีย

ก่อนไปเราลองเสิชความเห็นของนักท่องเที่ยวเรื่องความปลอดภัย ทุกคนที่ไปมาแล้วต่างให้ความเห็นเชิงบวก อาจเพราะเค้ามีเพตราที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ จอร์แดนเลยเป็นประเทศเปิดสำหรับท่องเที่ยวเลยล่ะ ไม่ได้น่ากลัว ตำรวจทหารคอยสอดส่องดูแลกันแข็งขันอยู่ ถ้าขับรถ ก็จะเจอด่านเป็นระยะๆ ถ้านั่งบัส ก็เรียกให้ทุกคนลงมายืนเรียงแถวเปิดกระเป๋าตรวจกันทีละใบ แบบนี้จะเรียกปลอดภัยดีมั้ย 55 ในเพตราก็ยังมีตำรวจม้าคอยตรวจตรา

—– เตรียมตัวสำหรับการเดิน :

  • hiking sandals ถ้าไม่มีก็ใส่พวกรองเท้ากีฬาที่เดินสบายๆก็ได้ ที่แนะนำตัวนี้เพราะไม่ต้องใส่คู่กับถุงเท้าให้อบๆอับๆเหมือนรองเท้ากีฬา
  • watersport shoes เหมาะสำหรับเทรคลุยน้ำ แบบถูกก็ไม่กี่ร้อย ระบายน้ำได้ดี เบา และยึดเกาะพื้น


—– เตรียมตัวสำหรับความร้อน :

  • แว่นกันแดด
  • ครีมกันแดด
  • ลิปมัน! ทั้งผู้หญิงผู้ชาย พกไปเถอะ อากาศทะเลทรายมันแห้งจนทำให้ปากลอกเป็นแผ่นได้เลย
  • เสื้อผ้าแขนยาวขายาวตัวหลวมๆ สีอ่อน เนื้อผ้าบางๆ
    *** หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเข้มที่จะดูดความร้อนจากแสงอาทิตย์ สีขาวโอโม่ก็ไม่ควร เราเคยใส่สีขาว โห แสบตาจนไม่อยากก้มมองตัวเอง ลองจินตนาการว่าพวกคนอาหรับใส่เสื้อผ้าอย่างไร พยายามขนเสื้อผ้าแนวนั้นไปใส่ พวกผ้าที่บางเบา ตัวหลวมโคร่งที่ลมและอากาศพัดผ่านได้ดี อย่าคิดว่าอากาศร้อนควรใส่ขาสั้นเหมือนไปเที่ยวทะเลนะ แดดทะเลทรายมันเรียกว่าบาดผิวจนแสบ ที่เราร้อนๆกันไม่ใช่เพราะสภาพอากาศ มันมีลมเย็นๆ แต่จะร้อนเพราะผิวสัมผัสกับแดดตรงๆ
  • หมวกปีกกว้าง คิดซะว่าหมวกแบบพวกซาฟารี เลือกแบบที่มีช่องระบายอากาศในตัวจะดีมาก

 


เคล็ดไม่ลับเมื่อไปถึงจอร์แดน


 

—– Visa on Arrival :

  • จอร์แดนไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ไปขอที่นู่นได้เลย แต่ถ้าซื้อ Jordan Pass ไปด้วยจะสะดวกมาก มันจะรวมค่าวีซ่า และค่าเข้าสถานที่ต่างๆไว้แล้ว
  • เตือนนิดนึงว่านี่เป็นการชำระค่าวีซ่าล่วงหน้าเพื่อความสะดวกรวดเร็วเฉยๆ ไม่ได้รับประกันว่าคุณจะได้วีซ่าตอนผ่าน passport control นะ

—– Jordan Pass :

  • อย่างที่บอกว่ามันรวมทั้งค่าวีซ่า ค่าเข้าเพตรา และค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆไว้ให้พร้อม ถึงจะเข้าแค่เพตราอย่างเดียว พาสนี้ก็คุ้มแล้ว
  • จอร์แดนพาสต้องซื้อล่วงหน้าผ่านทาง www.jordanpass.jo พอซื้อแล้วก็เซฟ QR code ที่ได้รับมาลงมือถือไว้เลย

—– พักย่านไหนดี :

  • ขอแนะนำที่พักแค่ในเมืองหลวงละกัน เพราะเมืองท่องเที่ยวอื่นๆค่อนข้างเล็ก ก็เลือกที่พักกันตามสะดวก
  • 4th circle เป็นย่านที่ดูสะอาดและปลอดภัย มีสถานทูต โรงแรมหรูๆ และบ้านคนรวยอยู่เยอะ แต่ก็ยังพอหาโฮสเทลและ airbnb ดีๆในแถบนี้ได้
  • 1st circle จะเป็นย่านเมืองเก่า ใกล้แหล่งท่องเที่ยวพวกโบราณสถาน ที่พักแถบนี้ถูก โฮสเทลเยอะ แต่ก็วุ่นวายพลุกพล่าน

 


การเดินทาง


—– บัส :

  • ต้องยอมรับว่าขนส่งสาธารณะเค้ายังไม่ทั่วถึงนัก เวลาเดินทางทีต้องนั่งบัสวิ่งข้ามเมืองแล้วต่อแท๊กซี่กันไป สถานีบัสในอัมมานค่อนข้างน่าปวดหัว เพราะมีหลายสถานี แถมแต่ละสถานียังมีหลายชื่ออีก!
    1. North Bus Station (Tabarbour / Mujemma Al-Shamal)
    2. Central Bus Station (Raghadan)
    3. South Bus Station (Wihdat / Al-Wehdat / Mujemma Al-Janoob) นี่คือสถานีบัสท้องถิ่นสำหรับนั่งลงใต้ ไปเพตราก็ที่นี่แหละ ค่ารถถูก เป็นมินิบัสร้อนๆ เปิดกระจกรับทั้งลม ไอแดด และฝุ่นทรายให้ปะทะหน้าไปตลอดทาง ข้อดีคือรถออกทั้งวัน แต่จะออกก็ต่อเมื่อคนเต็มเท่านั้น วันธรรมดาก็นั่งรอซักชั่วโมง
  • JETT หรือ Jordan Express Tourist Transportation บัสหรูดูดีติดแอร์เย็นฉ่ำ นักท่องเที่ยวจะแย่งกันจอง วิ่งตามเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ อย่างไปเพตราก็ออกแค่วันละรอบเท่านั้น ตั๋วเลยเต็มค่อนข้างเร็ว สามารถจองผ่าน Jett.com ได้แต่ระบบชอบมีปัญหา เลยต้องโทรไปจองตลอดJETT มีสถานีในอัมมานประมาณ 5 จุด คือ 3 สถานีหลักที่กล่าวไปข้างบน และเพิ่ม Abdali Bus Station กับ 7th Circle Bus Station

—– แท๊กซี่ :

  • แท๊กซี่สีขาวเหลือง จะเป็นประเภทเหมา ราคาตามแต่ตกลง มักจอดดักเราอยู่ตามสถานีบัส เห็นคนต่างชาติเมื่อไหร่จะรีบปาดมาเรียกราคา ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่งเมื่อต้องเดินทางภายในเมืองหลวง
  • แท๊กซี่สีเหลืองล้วน จะมีมิเตอร์ แท๊กซี่พวกนี้ต้องออกไปโบกริมถนนเอง ค่าโดยสารภายในเมืองอัมมานจะอยู่ราวๆ 1-2 JD

*** ตอนไปถึงใหม่ๆ เรารู้แต่ว่าควรนั่งแท๊กซี่เหลือง แต่ทุกคันที่จอดกันอยู่ก็สีเดียวกันหมด คือสีแบบในรูป เลยลองถามดูว่ามีมิเตอร์มั้ย เค้าก็มีๆ แล้วขนกระเป๋าเดินทางเราไปใส่รถเสร็จสรรพ พอเราตามขึ้นไปนั่งเค้าก็รีบล็อครถ แล้วค่อยหันมาบอกว่า 20 JD เราเลยรีบโวยวายขอลงจากรถทันที ระหว่างเดินหาแท๊กซี่คันใหม่ ก็เจอแท๊กซี่ไม่ต่ำกว่าสิบคันเข้ามาเสนอราคา จาก 20 ก็เหลือ 15 10 5 เหมือนเค้าตะโกนคุยกันแล้วรู้ว่าเราจะไปไหน แต่เราก็ไม่เอาละ กลัว เดินหนีไปโบกแท๊กซี่นอกสถานีดีกว่า สุดท้ายถึงจะหาแท๊กซี่มิเตอร์ไม่ได้ แต่ก็ได้นั่งแท๊กซี่เหมาในราคา 3 JD ถึงจะเป็นแท๊กซี่เหมาเหมือนกัน แต่ถ้าโบกเอาคันที่วิ่งๆอยู่ ราคาจะยังพอรับได้กว่าพวกที่จอดดักรอ


—– เช่ารถขับ :

  • เป็นการเดินทางที่น่าจะสะดวกที่สุดสำหรับเที่ยวจอร์แดนแล้ว แต่ถ้าไปกันแค่ 1-2 คน จะให้เช่าตลอดทั้งทริปคงไม่คุ้ม แนะนำให้เช่าวันเดียวไปกลับพวก Dead Sea หรือ Wadi Mujib เพราะ 2 ที่นี้จะต้องนั่งบัสแล้วเหมาแท๊กซี่ไปต่ออยู่ดี บริษัทรถเช่าที่นี่ก็ใจดี ให้เราคืนรถได้เลยโดยไม่ต้องเติมน้ำมัน ไม่ชาร์จค่าน้ำมันเพิ่มด้วย
  • จอร์แดนขับรถเลนขวา ไม่อยากเรียกว่าเลน เพราะถนนไม่มีการตีเส้นแบ่งเลน แต่คนขับช้าก็ควรวิ่งชิดขวาไว้สุดๆ อย่าไปเพ่นพ่านเลนซ้าย ถึงเราจะขับเร็วในเลนซ้าย แต่ถ้ารถคันหลังเร็วกว่า เค้าจะไม่แซงขวานะ แต่จะใช้วิธีบีบแตรไล่ให้ออกไปจากเลนเลย
  • คนจอร์แดนจะบ้าบีบแตรกันมาก อย่าตกใจ จริงๆไม่มีอะไรเลยเค้าก็บีบ เช่นเปลี่ยนจากไฟแดงเป็นไฟเขียว ทุกคันที่จอดต่อๆกันก็จะบีบแตรกันไม่หยุด เหมือนเป็นการเร่งให้คันหน้าไปเร็วๆสิ ทุกคนอยากพ้นไฟแดง

 



1. PETRA


—– PETRA NIGHT

เป็นกิจกรรมที่จะทำให้เราได้รู้จักเพตราในยามค่ำคืนผ่านเรื่องเล่าจากคนท้องถิ่น เสียงดนตรีพื้นบ้าน และชาร้อนๆ จัดแค่คืนวันจันทร์ พุธ พฤหัสเท่านั้นนะ ค่าเข้าต้องจ่ายเพิ่มอีก 17 jd ไม่สามารถใช้ pass ได้เพราะเหมือนเป็นกิจกรรมที่ชุมชนจัดกันเอง

แนะนำให้ไปเพตราตอนกลางคืนก่อน เราว่ามันรู้สึกลึกลับและดูมนต์ขลังดีที่จะได้เห็นเพตราแบบวับๆแวมๆใต้แสงเทียนและแสงจันทร์ ลองจินตนาการถึงเสน่ห์ของเพตรากันให้เต็มที่ พอฟ้าสว่างค่อยกลับมาดูแบบกระจ่างชัดทุกซอกทุกมุมกันใหม่

—– PETRA

เพตรา ดินแดนสีกุหลาบ มรดกโลกชื่อดังที่ได้รับยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
จะเดินเพตราให้ครบจริงๆอาจต้องใช้เวลาถึง 2-3 วัน แต่เวลาน้อยๆแบบเราเลยขอแค่วันเดียวแล้วอาศัยขี่ฬ่อทุ่นเวลาแทน

*** เพตราเปิดให้เข้าตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดเช้ามากๆ ควรจะรีบไปถึงประตูเพตราตั้งแต่ 6 โมง จะได้เดินผ่าน Siq Trail เข้าไปถึง Treasury เป็นคนแรกๆ อากาศตอนเช้าตรู่ยังเย็นสบาย แดดไม่แรง ภูเขาหินจะดูชมพูเป็นพิเศษ สงบมาก (Treasury คือตัวชูโรงของเพตรา คือสิ่งก่อสร้างในรูปบนนี่แหละ คนที่ไม่เคยมาอาจคิดว่าเพตรามีแค่ Treasury ด้วยซ้ำ)

*** ถ้าอยากดู Treasury จากมุมสูง ให้รีบเดินขึ้น Al Khubtha Trail ให้ทันก่อน 9 โมงเช้า เพราะพระอาทิตย์จะเริ่มส่องลงมา เกิดเป็นเงาขาวดำบน façade ของ Treasury ถ่ายรูปออกมาจะดูแข็งๆแบบนี้

ระหว่างทางที่เดินขึ้น Al Khubtha Trail จะมีกิ้งก่าสีฟ้าด้วย ซึ่งจะเปลี่ยนสีตามความสดใสของท้องฟ้าเบื้องบน หายากนิดนึง ตอนเดินลองสังเกตดีๆ

เทรลนี้แทบไม่มีป้ายบอกระหว่างทาง ทั้งๆที่ทางแยกข้างบนก็เยอะ หลายคนขึ้นไปก็งงๆ ไปต่อไม่ถูก จริงๆตามคำแนะนำบอกไว้ว่าเทรลนี้ควรจ้างไกด์พาขึ้นไปนะ เนื่องจากเรามีเวลาน้อย เราเลยใช้วิธีขี่ฬ่อขึ้นแทน ซึ่งก็จะได้ไกด์ไปในตัว ถ้าขี่ฬ่อแค่ขาขึ้นอย่างเดียวแบบเรา ก็ถือโอกาสพูดคุยถามเส้นทางเดินลงและเส้นทางไปเทรลอื่นๆจากคนจูงฬ่อไว้เลย บนนี้สูง มองเห็นเส้นทางเดินข้างล่าง เค้าสามารถแนะนำเราได้

*** ทริคสำหรับคนที่ไม่อยากเดินเยอะ ตอนเช้าที่แดดยังไม่แรง ให้รีบเดินให้เต็มที่ก่อน พอช่วงบ่ายแทนที่จะเดินขึ้นเขาฝ่าแดดร้อนๆไป Monastery ที่อยู่ไกลสุดในแผนที่ ก็ให้ขี่ฬ่อขึ้นไปแทน ขากลับค่อยเดินลงเอง

*** อย่าไปเลือกขี่ลาฬ่อตอนช่วงเช้า ที่นักท่องเที่ยวยังกระจุกกันอยู่เยอะๆ เพราะจะโดนโก่งราคาแรงมาก ค่อยไปขี่ตอนนักท่องเที่ยวเริ่มกระจายไปตามจุดต่างๆของเพตรากันหมดแล้ว ทีนี้ล่ะ เราจะต่อราคาได้เต็มที่ ตัดราคาลงมาได้เกือบครึ่ง ราคาพวกนี้ไม่รวมทิปส์ที่คนจูงจะรอเอาเลย ให้เหรียญไม่ได้ด้วย เค้าถือว่าเป็นเศษเงินทอน ไม่ยอมรับ จะยืนเรียกหาแบงค์ให้ได้

*** ดินแดนสีกุหลาบแห่งนี้จะมีสีสันที่สดขึ้นนิดหน่อยในหน้าหนาว เพราะความชื้นในอากาศช่วยขจัดฝุ่นทรายหมองๆที่เกาะอยู่ให้น้อยลง แต่โดยปกติแล้ว ถ้าอยากเห็นสีออกชมพู ก็ต้องถ่ายตอนที่แดดไม่ส่องเข้าภูเขาตรงๆ อย่างตอนเช้าๆ (รูปบน)
ถ้าโดนแดดจัดๆอย่างตอนบ่ายหรือตอนเย็น สีจะออกเป็นส้มๆ (รูปล่าง)

*** การพกน้ำดื่ม : เราเป็นคนกินน้ำน้อย แต่สำหรับการเดินเที่ยว 1 วันในเพตรา น้ำขวดเล็ก 3 ขวดยังไม่พอ เหมือนจะระเหยออกจากร่างหมด ไม่ได้รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำเลย อยากแนะนำให้พกน้ำไปแค่ 1-2 ขวดพอ แบกเยอะเดี๋ยวหนัก ข้างในมีจุดขายน้ำอยู่ 2-3 จุด ราคาพอรับได้

 

 


2. WADI RUM


วาดิรัม แปลว่าหุบเขาพระจันทร์ ทะเลทรายแห่งนี้เต็มไปด้วยภูเขาหิน ตะปุ่มตะป่ำ กว้างใหญ่จนใครหลายคนจินตนาการว่าที่นี่คือดาวอังคาร วาดิรัมเลยได้เป็นดาวอังคารในหนัง sci-fi หลายเรื่องเลย

*** จะนอนทะเลทรายคืนไหนดี : อยากให้ดูปฏิทินว่าคืนที่ไปเป็นคืนเดือนมืดรึเปล่า เพราะนี่คือดินแดนอาหรับราตรี ท้องฟ้าดำสนิทแต่ระยิบระยับไปด้วยกลุ่มดาวและทางช้างเผือก มองได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า

จากเพตราถ้าจะไปต่อวาดิรัม จะมีรถบัสวิ่งแค่เพียงวันละรอบเท่านั้น! ไปบอกโรงแรมที่คุณพักไว้เลย ให้เค้าโทรไปบอกคนขับให้ แล้วประมาณ 6 โมงเช้า มินิบัสจะแวะมารับเราที่โรงแรมเอง แล้วคนขับจะไปส่งเราที่ทางเข้าวาดิรัม เราต้องจ่ายค่าเข้า แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถของ local tour หรือของที่พักที่เราติดต่อไว้แทน

*** อย่าลืมบอกให้ไกด์ท้องถิ่นของเราจอดแวะที่ร้านค้าให้ซื้อน้ำดื่มซัก 2 ขวดใหญ่ๆ/คน/วัน และหาขนมหวานๆ พวกลูกอม หรือชอคโกแลตชิ้นเล็กๆ ติดไม้ติดมือไว้เติมเรี่ยวแรงในทะเลทรายด้วย ร้านค้าแถวนี้เป็นร้านเพื่อชาวบ้านจริงๆ ราคาน้ำดื่มถูกกว่าในเมืองท่องเที่ยวถึง 2-3 เท่า

ให้ดูสภาพแคมป์ที่พัก เกือบทุกกระโจมก็หน้าตาแบบนี้หมด กระโจมเหล่านี้ทำจากขนแพะ กันลมกันฝนได้ดี ทำสีดำไว้เพื่อดูดความร้อนจากดวงอาทิตย์ในตอนกลางวัน เพราะทะเลทรายในตอนกลางคืนนี่หนาวมาก

ปกติเวลาเราจองว่าจะไปพักแคมป์ไหน แคมป์นั้นก็จะมีบริการจัดทัวร์ทั้ง 4WD ขี่อูฐ ปีนเขา ไว้ให้เราอยู่แล้ว ดังนั้นเวลาเลือกว่าจะเอาเจ้าไหนดี ให้เปรียบเทียบทั้งเรตติ้งของที่พัก และโปรแกรมราคาของทัวร์ เจ้าที่ถูกอาจเพราะเค้าไม่ได้พาคุณไปขี่อูฐก็ได้ อันนี้แล้วแต่ความต้องการ

***บางเจ้าที่ค่อนข้างใหญ่จะจัด sharing tour ให้เราไปจอยกับกรุ๊ปอื่นได้ แบบนี้จะถูก แต่ต้องเมลล์ไปถามเค้าล่วงหน้าว่าช่วงไหนมีนักท่องเที่ยวคนอื่นสนใจจอยกรุ๊ปบ้าง ถ้าเลือกเจ้าเล็กๆ เราต้องเหมาเป็น private tour แต่ก็สะดวกดี

***การแต่งตัวที่เน้นย้ำไว้ทั้งหมด เสื้อผ้าสีสว่าง ผ้าบาง ขายาวแขนยาว ตัวหลวมโคร่ง หมวกปีกกว้าง ทุกอย่างให้ขนเอามาใช้ในทะเลทรายนี่เลย อีกอย่างที่อยากแนะนำคือ hiking sandals ที่เราเคยบอกไว้ มันเหมือนจะดีนะ ไม่อบ แต่ตอนที่เค้าพาไปไต่เนินทรายสูงๆ เดินแล้วทรายมันไหลใส่เท้า โห ร้อนจนเท้าพอง ดีว่าเตรียมถุงเท้าติดมาด้วย ต้องควักมาใส่เดี๋ยวนั้นเลย ฝรั่งที่เดินผ่านยังหันมาทักเลยว่า คุณโชคดีจังที่เตรียมถุงเท้ามา!

 

 


3. WADI MUJIB


วาดิมูจิบ เป็นเส้นทางผจญภัยแบบลุยน้ำดับร้อนที่สนุกมาก มีความยากง่ายหลายระดับให้เลือกเดิน บางเทรลที่ยากๆก็ไม่ใช่แค่เดิน ต้องว่ายน้ำข้ามฝั่งกันเลย แต่เราจะแชร์กิจกรรมวันนี้ร่วมกับเดดซี เลยขอเลือก Siq Trail เส้นทางง่ายๆ ไปกลับแค่ 3 ชั่วโมงพอ ลุยน้ำนิดหน่อย ขนาดนิดหน่อย น้ำยังสูงท่วมไหล่

Siq Trail เปิดแค่ช่วงเมษา-ตุลา เนื่องจากระดับน้ำยังไม่สูงเกินไป ก่อนไปลองเมลล์ไปถามทางนู้นก่อนว่าช่วงนั้นน้ำสูงแค่ไหน สามารถเทรคได้รึเปล่า หรือดูรายละเอียดเส้นทางอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ The Royal Society For The Conservation of Nature

ที่นี่เดินทางมาได้วิธีเดียวคือรถยนต์ ถ้าไม่เหมาแท๊กซี่แพงๆ ก็ต้องเช่ารถขับมา เราเช่ารถขับแค่วันเดียว เช้าไปเย็นกลับจากอัมมาน ขับเลียบไฮเวย์แค่ประมาณชั่วโมงครึ่ง

เนื่องจากทางเดินเต็มไปด้วยก้อนหิน แถมบางช่วงยังต้องไต่เชือกปีนหินขึ้นไป ควรใช้รองเท้าที่ยึดเกาะพื้นได้ดี ลุยน้ำได้โดยไม่หนักเทอะทะจนถ่วงเรา เราใช้พวกรองเท้ากีฬาทางน้ำไปเลย ซื้อที่ไทยคู่ละร้อยกว่าบาท น้ำเข้าก็ไหลออกได้รวดเร็ว ป้องกันเท้าได้มิดชิดไม่ให้โดนหินคมๆบาดด้วย เราเห็นหลายคนที่ไม่ได้เตรียมรองเท้ามาดี ปีนหินแล้วลื่น สุดท้ายต้องถอดรองเท้าและลุยเท้าเปล่า ซึ่งเสี่ยงหินบาดมาก

เทรลนี้ค่อนข้างง่าย มีทางเข้าออกทางเดียว เดินไปก็ไม่หลง เลยไม่จำเป็นต้องมีไกด์ แค่ทุกคนต้องไปติดต่อเช่าเสื้อชูชีพก็พอ ส่วนใครที่อยากแบกพวกกล้องเข้าไป ก็ไปเช่ากระเป๋ากันน้ำกับเค้าได้

*** การพกกล้องไปลุยน้ำ : เราพก dslr เข้าไปเลย โหดมาก แต่เจ้าหน้าที่ก็ช่วยสอนวิธีพับกระเป๋าอย่างดี บางคนใช้กระเป๋ากันน้ำก็จริง แต่ของในกระเป๋ายังเปียก เพราะน้ำข้างในแรงมาก แถมบางช่วงยังต้องสไลด์ตัวตามหินจนตกลงมาในแอ่งน้ำอีก กระเป๋าเลยได้มุดน้ำบ่อยๆ แต่กล้องเราไม่เปียกเลย นอกจากจะต้องพับกระเป๋าดีๆแล้ว อีกเทคนิคคือควรเอาผ้าหรือเสื้ออะไรก็ได้ ห่อๆกันกระแทกไว้หน่อย แล้วปิดด้านบนอีกชั้นด้วยผ้าผืนเล็กๆที่พอเช็ดมือได้ เพราะเวลาเราเปิดกระเป๋าเพื่อหยิบของ น้ำจากมือเราก็อาจทำให้กล้องเปียกได้ ก็เอาผ้านี้แหละ มาเช็ดมือก่อนหยิบของ

*** จะไปเทรคกิ้งลุยน้ำที่ Wadi Mujib หรือจะไปลอยตัวใน Dead Sea ก่อนดี : เนื่องจาก 2 ที่นี้อยู่ใกล้กัน สามารถรวบยอดไปเที่ยวในวันเดียวแล้วกลับไปนอนในอัมมานได้ เราเลือกไปตะลุยล่าแผลก่อน เพราะอยากไปลอยตัวตอนช่วงพระอาทิตย์ตกมากกว่า ท้องฟ้าเปลี่ยนสีและแดดก็ไม่แรงแล้ว ถ้าเทรคกิ้งก่อน มีสิทธิ์สูงมากที่ได้แผลจากหินกระแทก หินข่วน แล้วอย่าลืมจินตนาการถึงตอนที่ต้องไปลงทะเลสาบที่เค็มที่สุดในโลก เค็มกว่าทะเลทั่วไปถึง 8 เท่า ส่วนใครที่เลือกไปเดดซีก่อน ก็ต้องเจอกับแดดเปรี้ยง แผ่นน้ำสะท้อนแดดจนตาพร่าไปหมด แสบทั้งตา แสบทั้งตัว


4. DEAD SEA


เดดซี เป็นพรมแดนธรรมชาติที่คั่นกลางจอร์แดนและอิสราเอล ชายฝั่งของเดดซีเป็นแผ่นดินที่ต่ำที่สุดในโลก ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางถึง 429 เมตร ซึ่งสถิติของแผ่นดินที่ต่ำที่สุดในโลกนี้อาจต่ำลงเรื่อยๆ จนน้ำระเหยหายไปหมด ถ้าน้ำในทะเลสาบยังระเหยถึงปีละ 1 เมตรอยู่แบบนี้ ประเทศรอบๆเลยต้องช่วยกันเติมน้ำลงไป ถ้ามีโอกาสก็ควรจะรีบไปเที่ยวนะ
สำหรับชายฝั่งเดดซีที่เห็นการฟอร์มตัวของผลึกเกลือ ต้องขับรถเลียบไฮเวย์ลงใต้ไปเรื่อยๆ บางช่วงมันจะโผล่มาให้เห็น

พวกรูปชายฝั่งเดดซีที่เห็นการฟอร์มตัวของผลึกเกลืออย่างรูปด้านบนนี้ ต้องขับรถเลียบไฮเวย์ลงใต้ไปเรื่อยๆ บางช่วงมันจะโผล่มาให้เห็น

น้ำทะเลมีความเข้มข้นสูงมาก เค็มข้นจนน้ำเหนียว มันลื่นๆเหมือนน้ำมันนะ ฟังชื่อเสียงของที่นี่มานาน มาถึงทั้งทีแน่นอนว่าต้องขอลองชิมซะหน่อย  เค็มจนต้องหลับตาปี๋ เค็มจนขมไปหมดทั้งปาก

*** อย่าลืมโพสท่ายอดฮิตเพื่อยืนยันว่าคุณมาถึงเดดซีแล้ว ท่านั่งอ่านหนังสือในน้ำ!

อย่างที่บอกว่าให้เลือกดีๆว่าจะไป Wadi Mujib หรือ Dead Sea ก่อนดี ถ้าตัดสินใจไปมูจิบก่อนแบบเราและเตรียมใจแล้วที่จะได้แผล สิ่งที่พอช่วยได้คือ

*** ให้พกพลาสเตอร์กันน้ำไปด้วย ไม่ก็ยาทาแผลของญี่ปุ่นที่ทาเคลือบแผลเพื่อกันน้ำ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังรู้สึกแสบมากๆอยู่ดี แค่พอบรรเทากว่าแผลสดๆที่ไม่ได้ปิดเลย ลองคิดถึงเวลามีแผลแล้วลงทะเลบ้านเราสิ แล้วที่นี่ดันเค็มกว่าบ้านเรา 8 เท่า ความแสบมันก็เกือบๆ 8 เท่านั่นล่ะ

*** อะไรก็ตามที่เปียกน้ำ พอแห้งแล้วมันจะมีคราบเกลือเกาะเต็มเลย เกลือเป็นเม็ดๆเลยล่ะ ดังนั้นจะสวมหมวก หรือสวมพรอพอะไรลงน้ำ ให้เลือกที่สามารถเอากลับมาซักน้ำเปล่าได้นะ

*** หาดสาธารณะที่สามารถลงลอยตัวได้มีแค่ไม่กี่หาด แต่ส่วนใหญ่จะเป็นหาดส่วนตัวของโรงแรมซะหมด ซึ่งเราอยากแนะนำให้เลือกซื้อ day pass ของโรงแรม จะได้ลงเดดซีในบรรยากาศที่เงียบสงบ หาดสะอาดสวยงาม น้ำดูใสกว่า มีสระว่ายน้ำ พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง ผ้าเช็ดตัว ล็อคเกอร์ และห้องอาบน้ำให้บริการ ลองสอบถามราคาดู บางโรงแรมก็ถูกใช้ได้เลย

 

 


ค่าใช้จ่าย


 


จบแล้ววว อยากรู้อะไรเพิ่มเติม เมสเสจมาหาเราที่ facebook ได้นะ
จะยินดีมากๆ ถ้าเราสามารถช่วยใครเตรียมตัวก่อนไปจอร์แดนได้

ขอขอบคุณทาง Canon ที่ให้ยืมกล้อง EOS 80D ไปถ่ายรูปตลอดทริปนะคะ
รีวิวจอร์แดนอีกตัวที่พูดถึงกล้องด้วย : JORDAN : The Rose Land of Arabia – Canon EOS 80D

SaveSave

SaveSave

SaveSave

SaveSave

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s